วันพฤหัสบดีที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2554

ชีวิตอิมโพรไวส์

ชีวิตคือการอิมโพรไวส์ในแจ๊สอิมโพรไวส์ไม่ได้เล่นสะเปะสะปะ แต่คือการฟังเสียงดนตรี หรืออ่านอารมณ์ความรู้สึกแล้วเล่นออกมา ชีวิตก้อเหมือนกัน ต้องฟังหัวใจตัวเอง แล้วอิมโพรไวส์ไปกับมัน
จาก ภราดล พรอำนวย aday issue 127
Published with Blogger-droid v1.6.8

วันจันทร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2554

how to do smart copy

Sustainable advantage comes from systems of activities that are complementary. How to integrate, marketing, service, design, customer support. All are consistent, interconnect, and mutually reinforcing. Competitor cannot match just one thing, they have to match the whole system, even that they don't get very many of benefit
Published with Blogger-droid v1.6.8

วันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2551

เวลา โอกาส และ คำพูด

อย่าไปให้ความสำคัญกับใคร หากคุณเป็นแค่ทางเลือกของเขา
สัมพันธภาพจะดีที่สุดเมื่อทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญกันอย่างสมดุล

ไม่ต้องสาธยายเกี่ยวกับตัวคุณให้ใครฟังหรอก
เพราะคนที่ชอบคุณ ยังไงเขาก็ชอบ และไม่มีความจำเป็นที่ต้องได้ยิน
แต่คนที่เกลียดคุณ ยังไงเขาก็ไม่มีทางเชื่อคุณหรอก

เมื่อคุณพูดแต่ว่าคุณยุ่ง คุณก็จะไม่ว่างเลย
เมื่อคุณพูดแต่ว่าคุณไม่มีเวลา คุณก็จะไม่มีเวลาเลย
เมื่อคุณพูดแต่ว่าคุณจะทำในวันพรุ่งนี้ วันพรุ่งนี้จะไม่มีวันมาถึงเลย

เมื่อเราตื่นขึ้นมาในยามเช้า เรามีทางเลือกง่ายๆ 2 อย่าง
กลับไปนอนและฝันต่อ หรือ ลุกขึ้นมาแล้วทำความฝันให้เป็นจริง
การตัดสินใจอยู่ที่ตัวคุณ

เรามักทำให้คนที่ใส่ใจเราต้องร้องไห้
เรามักร้องไห้ให้กับคนที่ไม่เคยใส่ใจเรา
และเรามักใส่ใจกับคนที่ไม่มีวันร้องไห้ให้เรา
นี่คือความจริงของชีวิต แปลกแต่จริง
ถ้าคุณตระหนักถึงความจริงอันนี้ มันก็ยังไม่สายที่จะเริ่มการเปลี่ยนแปลง

อย่ารับปากใคร เมื่อคุณกำลังสนุกสนาน
อย่าได้ตอบกลับ เมื่อคุณกำลังเศร้า
อย่าไปตัดสินใจอะไร เมื่อคุณกำลังโกรธ
ทบทวนความคิดอีกที และลงมือทำอย่างสุขุม

เวลาก็เหมือนสายน้ำ
คุณไม่มีทางสัมผัสน้ำเดียวกันได้สองครั้งหรอก
เพราะมันได้ไหลผ่านไปแล้ว
มีความสุขกับทุกช่วงชีวิตของเราดีกว่า

3 สิ่งไม่หวนกลับ
เวลา
โอกาส
และ คำพูด

วันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2551

"โหวต" หัวใจ หรือ สมอง

ตอนเราเด็กๆ ผมเป็นคนหนึ่งที่มองเห็นเพื่อนที่พอประกาศผลสอบก็ได้เกรด 4 หรือเป็นที่ 1 ของวิชานั้น วิชานี้ ด้วยความแอบอิจฉาเล็กๆ เพราะเราเรียนไม่ค่อยเก่งซักเท่าไหร่ ว่าแหม สมองเค้าทำมาด้วยอะไรน้อ ต่างจากเราตรงไหน ไมเก่งจัง และเราเหล่านักเรียน ก้อยังมีหน้าที่อีกอย่างหนึ่ง คือ การเลือกหัวหน้าห้อง ซึ่งสมาชิกของแต่ละห้องก็จะมีวิธีการเลือกที่แตกต่างกัน แต่เคยมั้ย ที่บางครั้ง ก็งงกับตัวเองว่า เอ จะเลือกเพื่อนคนนั้น ที่เรียนเก่งที่สุดดี หรือ เลือกเพื่อนอีกคนที่เป็นที่รักของคุณครู หรือ เลือกเพื่อนที่เรียนธรรมดา แต่แก่นซนหน่อยๆ เพราะแน่ใจว่า ถ้าเพื่อนคุยกันระหว่างคุณครูไม่อยู่ มันคงไม่เอาเรื่องของเราไปฟ้องครู อืมมม เหมือนชีวิตจะมีทางเลือกนะครับ แต่บางครั้งความรู้สึกของใจ กับสภาวะตอนนั้น มันก้อไม่ค่อยสอดคล้องกันซักเท่าไหร่เพราะตอนเลือกหัวหน้าห้อง ครูประจำชั้น มักเป็นอีกตัวแปรหนึ่งที่ทำให้เราไม่สมหวังไปเสียทั้งหมดทีเดียว

รายการเรียลลิตี้โชว์ กับการโหวต เพียงพิมพ์หมายเลขผู้แข่งขันที่คุณชื่นชอบ แล้วส่งไปที่หมายเลข ที่แต่ละรายการกำหนด ก็ไม่ค่อยต่างกับการเลือกหัวหน้าห้อง บางทีนักร้องที่เก่งที่สุด ก็กลับไม่ได้ "ไปต่อ"หรือ"ต้องจากบ้านไปก่อน" เพียงแต่ ไม่มีคุณครูประจำชั้นมาคอยทำตาเขียวใส่เราเวลาเราจะโหวต แค่นั้นเอง ทำให้คนที่ได้ที่ 1 เป็นคนที่ได้รับความนิยม อาจจะไม่ใช่คนที่ร้องเพลงเก่งที่สุด แต่เป็นคนที่เรานิยม หรือ เอ็นดู มากที่สุด แล้วแต่กรณี ต่างหาก หากมองหลังจากการแข่งขันนั้นจบไป ก็จะพบอีกว่า คนที่ได้ที่ 1 มักจะไม่ใช่นักร้องที่มีชื่อเสียงที่สุดอีกเช่นกัน

นักแสดง ดารา ที่สวย เป็นที่หมายปองของหนุ่มๆ แต่เอ เวลาที่จะต้องเลือกมาเป็นคู่ครอง หรือ แม่ของลูก กลับกลายเป็นผู้หญิงที่คิดว่า หน้าตาพอควงได้ แต่เข้าใจเรา ไม่ยักจะใช่นักแสดงสาวคนนั้น แต่ด้วยความสวย เซ็กซี่ของเจ้าหล่อน ก็ทำให้เราอดไม่ได้ที่จะจับตา คอยติดตามผลงาน และชีวิตส่วนตัว อยากจะรู้นักทีเดียวว่า นักแสดงสาวปานเจ้าหญิงอย่างนั้น จะได้ลงเอย กับ เจ้าชาย คนไหนกัน และอีกเช่นกัน ถ้าเรามาตามติดชีวิตเจ้าหญิงเจ้าชาย หลังภาพการแต่งงานที่สดสวย ตามหน้าหนังสือพิมพ์ ก็จะพบว่า มันไม่ได้เป็นเหมือน นิทาน ที่เราเคยฟัง "และแล้ว เจ้าหญิงเจ้าชาย ก็รักกันและมีความสุขตลอดไป"

บางครั้ง "การเลือก"หรือ "การถูกเลือก" มันอาจจะไม่สะท้อน ความเป็นจริงของโลกใบนี้ เพราะบางครั้ง เราก็ใช้ "ใจ"และ"ความรู้สึก" ในการเลือก หรือตัดสินใจ ในขณะที่บางครั้ง เราก็ใช้ "สมอง"และ"เหตุผล" ในการเลือกด้วยเช่นกันบางครั้ง ความรู้สึก ก็ให้ "ความสุข" ในขณะที่ เหตุผล ให้ "ความถูกต้อง" อยู่ที่ เราเองต่างหาก ที่ให้น้ำหนักกับสิ่งใดมากกว่ากัน แค่นั้นเอง

วันศุกร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2551

ตั้งหลัก กับ ชีวิตติดสปีด

คนเมือง อยู่ในเมือง ทุกอย่างดูเหมือนจะรวดเร็วไปเสียหมด ยิ่งกับชีวิตติดสปีด ติด wifi ที่ ให้คุณออนไลน์กันได้ทุกที่ทุกเวลา ด้วยสภาพแวดล้อมเหล่านี้ เหมือนกำลังจะสร้าง และปลูกฝังพฤติกรรมให้เรา คิดเร็ว ทำเร็ว ตัดสินใจเร็ว

"snack culture" เป็นคำที่อธิบายได้ดี และเป็นเทรนด์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก (ลองดูจากลิ้งค์นะครับ) อันเป็นผลพวงจากวิถีชีวิต ติดสปีดนี้เอง เป็นวิธีคิดให้ชีวิตเป็นเหมือนขนมถุง เอาเร็ว เอาง่าย เปลี่ยนได้บ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่ อาหารจานด่วน ฟู้ดคอร์ท จนไปกระทั่งถึง เรื่องของกิ๊ก ของแฟน ที่รู้จักกันง่ายๆ ผ่าน hi5 เม้นท์กันไปมาไม่นาน ก้อผันมาเป็นกิ๊ก คบกันง่ายๆ ไม่ถูกใจกันง่ายๆ แล้วก้อเลิกกันอย่างง่ายๆ

ดูเหมือน อัตราเร่งความเร็วในการใช้ชีวิตของคนในปัจจุบัน มันจะทำให้คน คิดเร็วขึ้น แต่คิดน้อยลง ความอดทนต่อกันและกันต่ำลง ความสัมพันธ์และความรักกลายเป็นเรื่องเปราะบาง ทั้งหมดนี้เป็นการ trade off ที่ทำให้เราต้องนั่นพิจารณาว่า ควรหรือเปล่าที่บ้างคราว โลกที่หมุนเร็วเกินไปจนหัวใจ และสติของเราวิ่งตามไม่ทัน ก้อน่าจะหันกลับมา ตั้งหลัก และ ตั้งสติ กันซักหน่อย จะได้ไหลตามสปีดของโลกใบนี้ ได้ดีขึ้น เพราะเรายังต้องวิ่งมาราธอน อีกไกลนะครับ

วันศุกร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2551

Friendship among Man & Woman

Friendship among Women:
A woman didn’t come home one night. The next morning she told her husband that she had slept over at a friend’s house. The man called his wife’s 10 best friends. None of them knew anything about it.

Friendship among Men:
A man didn’t come home one night. The next morning he told his wife that he had slept over at a friend’s house. The woman called her husband’s 10 best friends, eight of which confirmed that he had slept over, and two said that he was still there.

วันจันทร์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2551

Bangkok Fashion Week 2008

“2 เวที 4 วัน 21 โชว์”

เหล่าแฟชั่นนิสต้า และ แฟชั่นกูรู คงปลาบปลี้มกันไปกับ fashion week ในปีนี้ ที่ได้เกิดขึ้นใน 2 เวที จากยักษ์ใหญ่แห่งวงการแฟชั่น ทั้ง BIFW (Bangkok International Fashion Week) ณ ลาน Park Paragon และ Elle Fashion Week ณ ลาน หน้า Central World Square แม้จะต้องเมื่อยตุ้ม เดินสลับดูโชว์กันไปมาระหว่าง 2 เวที แต่ก้อนับว่าคุ้ม เพราะตั้งแต่ได้ข่าวว่า โครงการกรุงเทพเมืองแฟชั่น แป้กล้มพับไป ก็ไม่นึกว่าจะมีแฟชั่นวีคดีดีอย่างนี้อีก

ฝั่งเวที BIFW นำเสนอ คอเลคชั่น ภายใต้คอนเซปต์ “Summer Colorful Collection” เน้นสีสัน ความสนุกสนาน ความมีชีวิตชีวาต้อนรับซัมเมอร์ที่จะมาถึง จาก 11 ห้องเสื้อชั้นนำ อย่าง Flynow, Greyhound by Nokia, Nagara, Pichita, Theatre, 27 Nov, Kunitar&8E88, Tops & Bottoms by Phuket Mermaids, Asava, FASH, และ Extravaganza By L’Oreal Professional

ส่วนทางเวที Elle Fashion Week นั่น ถือเป็นเวทีแรกที่จัดงานแฟชั่นวีคขึ้น ด้วยเอกลักษณ์ การตั้งเต็นท์สีชาวขนาดใหญ่ พร้อมงานโปรดักชั่นระดับสากล จาก 10 แบรนด์ดัง ได้แก่ Kai, Zenithorial, 27 Friday, Seneda Theory, Sretsis, AB-Normal, Kloset Red Carpet, Tipayaphongpoosanaphong, Asava, Hook’s by Prapakas

งานนี้โชว์ที่จะดูเหมือนมีสีสัน เป็นที่กล่าวขวัญถึง คงไม่พ้น Kunitar&8E88 ที่ มาในคอนเซปต์ Shadow of Pink นำเสนอชุดค็อกเทลสีเรียบ เนื้อผ้าบางเบา โดยผสานกับความโมเดิร์น โรแมนติก กับการนำเสนอแฟชั่นโชว์ที่มีสีสัน โดยเชิญดารา และ Celeb มาร่วมเดินแฟชั่นได้น่ารัก แบบแก่นเซี้ยวเปรี้ยวซ่า อย่าง เป้ย กับภาพของเชอร์รี่ มาในชุดดำควงปืน เดินมาหอมแก้มพี่บ๊อบบี้ของหนูแหม่ม เรียกเสียงปรบมือได้จากผู้ชมไม่น้อย


“Tribe” คือ เทรนด์ที่เป็น Showcase ของงานทั้งสองเวที Theatre มากับ คอนเซปต์ Out of Africa โดยนำวัฒนธรรมของชนเผ่าพื้นเมืองในแอฟริกา มาผสานกับสไตล์ของความเป็นคนเมือง โดยถ่ายทอดผ่านทางวัสดุต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นลูกปัดไม้ กระดูกสัตว์ เขาสัตว์ เปลือกหอย และปะการัง เนื้อผ่านที่นำมาใช้เน้นเส้นใยธรรมชาติ ซิลค์ คอตต้อน และลินิน ในสีสันอันร้อนแรง 27 Friday เช่นกัน คุณชนะชัย จรียะธนา ดีไซเนอร์ ได้นำเราท่องแอฟริกากับคอเลคชั่นล่าสุด โดยยังให้ความสำคัญกับงานแฮนด์เมดเช่นเดิม Pichita นำสีสันของหมอกในตอนเช้าบนยอดดอย และแสงจัดๆ บนท้องทะเล นำเสนอผ่านผ้ามัดย้อมบาติค หรือผ้าชาวเขาจากเผ่าต่างๆ โดยเฉพาะ ผ้า “อัตตะบือ” อันเป็นเทคนิคการทอโดยร้อยลูกปัดแล้วมาทอเป็นผ้า

หวังว่าจะได้ชมโชว์ดีดี แบบนี้อีกนะปีนี้


อืมมม อยากดูรูปไม่อั้นลองเข้าไปดูที่ http://www.thaicatwalk.com